กองปราบจ่อออกหมายจับมือถ่าย-แพร่คลิปยุบปชป."พสิษฐ์"
ส่อโดนคดีอาญาฐานดูหมิ่น-ขัดขวางศาล
พสิษฐ์ ชื่อของอดีตเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ
ก็ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง
เพราะเป็นผู้สั่นคลอนความศรัทธาต่อสถาบันสำคัญของประเทศ
หลังคลิปแอบถ่ายนี้
เผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูป
ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการหารือเรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างนายพสิษฐ์
ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ กับนายวิรัช ร่มเย็น ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์
และการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีนี้
พล.ต.ต.ปัญญา
มาเม่น รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) กล่าววันที่ 28 ตุลาคมถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนกรณีการเผยแพร่คลิปยุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญว่า
ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน
พนักงานสอบสวนกองปราบกำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน
เพื่อเตรียมออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด
ซึ่งจะมีการนำพยานหลักฐานที่ได้มาประชุมกันในวันจันทร์ที่ 1 พ.ย.เวลา
10.00 น.ที่กองปราบปราม เบื้องต้นนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์
เลขาศาลรัฐธรรมนูญ อาจเข้าข่ายความผิด กฎหมายอาญามาตรา 198 ฐานดูหมิ่น
ขัดขวางการพิจารณาของศาล ซึ่งขณะนี้ทราบว่าได้หลบหนีไปแล้ว
ทำให้มีเหตุให้สอบสวนหลายอย่าง เราก็ต้องทำการสอบสวนว่านายพศิษฐ์
เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร และมีใครที่เกี่ยวข้องกับนายพสิษฐ์อีกบ้าง
พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่า ตอนนี้เราต้องไปดูเรื่องเนื้อหาของคลิปทั้ง 5 คลิป ซึ่งได้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่า มีการดัดแปลงตัดต่อหรือไม่อย่างไร ซึ่งเบื้องต้น พบคำบรรยายมีการดัดแปลงซึ่งเป็นเท็จ โดยเฉพาะคลิปของประธานองคมนตรีนั้น เป็นการไปมอบรางวัล ไม่ได้ไปทำอย่างอื่น
นอกจากนั้น เราก็ต้องสืบหาไปถึงคนทำคลิปทั้ง 5 คลิป คนเผยแพร่ คนไปถ่าย
ซึ่งบุคคลที่ร่วมขบวนการเหล่านี้จะผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
และความผิดต่อเจ้าพนักงานฐานเปิดเผยความลับทางราชการตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร
ส่วนคนที่นำไปโพสต์ต่อเนื่องก็ได้มอบหมายให้ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.)
ไปสืบสวนสอบสวน
และได้ทำหนังสือถึงกระทรวงไอซีทีเพื่อร้องต่อศาลให้บล๊อคคลิปดังกล่าวแล้ว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1288250712&grpid=00&catid=01
ความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้
นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้เผยแพร่คลิปยุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระทำความผิดกฎหมายอาญามาตรา 198 ฐานดูหมิ่น ขัดขวางการพิจารณาของศาล ผิด และความผิดต่อเจ้าพนักงานฐานเปิดเผยความลับทางราชการตาม
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14
การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งสูงๆ มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักนับถือของคนในสังคม และทำงานให้แก่ประเทศชาติ ไม่ควรประพฤติเช่นนี้ จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เสื่อมเสียต่ออาชีพ และบุคคลอื่นๆซึ่งประกอบอาชีพนี้ ควรประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน ไม่ควรทำให้ประชาชนหมดความศรัทธาเลื่อมใสต่อผู้ที่ดำลงตำแหน่งบริหารบ้านเมือง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางการเมือง เกิดความแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เกิดการขาดความสามัคคี อย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
กฎหมายควรมีมาตรการที่เคร่งครัด และลงมือปฏิบัติจริง ไม่ควรมีช่องทางที่ทำให้ผู้กระทำผิด พ้นโทษควรนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฏหมาย ไม่ว่าผู้กระทำความผิดนั้นจะมีชื่อเสียง อำนาจ หรืออย่างไรก็ตามถ้าเป็นประชาชนของประเทศไทยเหมือนกัน ก็ควรมีความเสมอภาค เคารพกฎหมาย และยอมรับความผิดได้รับการลงโทษเหมือนกับประชาชนทั่วไป
กฎหมายควรมีมาตรการที่เคร่งครัด และลงมือปฏิบัติจริง ไม่ควรมีช่องทางที่ทำให้ผู้กระทำผิด พ้นโทษควรนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฏหมาย ไม่ว่าผู้กระทำความผิดนั้นจะมีชื่อเสียง อำนาจ หรืออย่างไรก็ตามถ้าเป็นประชาชนของประเทศไทยเหมือนกัน ก็ควรมีความเสมอภาค เคารพกฎหมาย และยอมรับความผิดได้รับการลงโทษเหมือนกับประชาชนทั่วไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น